ภาษาไทย English

ร่างลำดับเหตุการณ์ของประติมากรรมที่พบที่สทิงพระ

แปลโดย พรพิมล เสนาะวงศ์

เอกสารประกอบการสัมมนาทางวิชาการประวัติศาสตร์และโบราณคดีบริเวณคาบสมุทรสทิงพระ วันที่ ๘-๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๖, สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ๒๕๒๖. (อัดสำเนา)

ในบทความนี้พิริยะกล่าวถึง “สทิงพระ” (ปัจจุบันคืออำเภอหนึ่งทางทิศเหนือของจังหวัดสงขลา) ซึ่งนับเป็นแหล่งค้นคว้าทางด้านโบราณคดีที่ได้รับการศึกษาอย่างละเอียดที่สุดในคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเทียบเคียงผลจากการค้นคว้าด้านประวัติศาสตร์ศิลปะเข้ากับการค้นคว้าทางด้านโบราณคดี โดยแสดงเป็นร่างลำดับเหตุการณ์โดยสังเขป สำหรับศิลปวัตถุที่พบที่สทิงพระ จากการแบ่งศิลปะในประเทศไทยเป็น ๘ สมัย ตามหลักการพื้นฐานที่ว่าด้วยอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่มีอำนาจครอบงำนั้น พิริยะพิจารณาว่าศิลปวัตถุส่วนใหญ่ที่พบที่สทิงพระสามารถกำหนดอายุอยู่ในระหว่างสมัยอิทธิพลมอญจนถึงสมัยอิทธิพลมอญ – หริภุญชัย หรือประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙ (คริสต์ศตวรรษที่ ๕ ถึงปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๓) ซึ่งจากการค้นคว้าทางโบราณคดีทำให้ทราบว่าการตั้งชุมชนที่สทิงพระสามารถแบ่งออกเป็น ๒ ยุคคือ ยุคก่อนเมือง (ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๔ ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๑) และยุคเมือง (กลางพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙)

ทั้งนี้ จากการเทียบเคียงระหว่างการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ศิลปะของประติมากรรมที่พบในบริเวณสทิงพระและการขุดค้นทางโบราณคดีทำให้เกิดข้อถกเถียงใหม่ขึ้นมา โดยสรุปได้ว่าทั้งสองสาขาเห็นพ้องในหลักการที่ “ยุคเมืองยุคที่หนึ่ง (กลางพุทธศตวรรษที่ ๑๑ ถึงปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๔)” ของสทิงพระเป็นตัวแทนของสมัยอิทธิพลมอญในด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ และสองศตวรรษของ “ยุคเมืองยุคที่สอง (ต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๕ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙)” ได้แสดงให้เห็นลักษณะวัฒนธรรมอินโดนีเซียอย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม สำหรับยุคเมืองยุคที่สองนี้ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ศิลปะไม่ได้สนับสนุนข้อสรุปทางโบราณคดีที่ว่าการโจมตีสทิงพระครั้งหลังทำให้ยุคเมืองยุคที่สองสิ้นสุดลงในกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เนื่องจากการที่มีงานศิลปะเกิดขึ้นน้อยในช่วงเวลานี้ เป็นการชี้ให้เห็นว่าอิทธิพลของแบบศิลปะอินโดนีเซียในสทิงพระเริ่มเสื่อมถอยมาตั้งแต่ช่วง ๒ ศตวรรษก่อนยุคเมืองยุคที่สองจะสิ้นสุดลงในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๗ โดยปรากฏงานศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะเขมรในกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ด้วย ส่วน “ยุคเมืองยุคที่สาม (ต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ถึงปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๙)” นั้น ทางประวัติศาสตร์ศิลปะพิจารณาว่าเป็นยุคที่สองที่ขยายเวลาออกมา เนื่องจากเป็นยุคที่มีระยะเวลาสั้นมากและไม่พบศิลปวัตถุที่มีอายุเวลา ในช่วงนี้หลงเหลืออยู่เลย

ใส่ความเห็น

(required)

There aren't any comments at the moment, be the first to start the discussion!