ภาษาไทย English

รายงานการสัมมนาประวัติศาสตร์และโบราณคดีพัทลุง

พัทลุง : ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง โรงเรียนสตรีพัทลุง, ๒๕๓๑.

ในเรื่องเกี่ยวกับศิลปโบราณวัตถุที่พัทลุง พิริยะตั้งข้อสังเกตว่าแม้พัทลุงจะมีศิลปโบราณวัตถุที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก แต่งานค้นคว้าในเรื่องดังกล่าวกลับมีอยู่น้อยมากอย่างน่าเสียดาย เพราะ นับตั้งแต่มีการตีพิมพ์บทความการสำรวจของพันเอก เอ็ม แอล เดอ ลาจองเคีย (M.L. de Lajonquiere) เรื่อง “Essai d’ inventire arche’ ologique du Siam,” ในวารสาร Bulletin de la Commission Arche’ ologique de l’ Indochine ใน พ.ศ. ๒๔๕๕ (ค.ศ. ๑๙๑๒) ก็ยังไม่มีงานสำรวจอย่างละเอียดอีกเลย จนมาถึง พ.ศ. ๒๕๒๕ (ค.ศ. ๑๙๘๒) ที่นายชัยวุฒิ พิยะกูล เจ้าหน้าที่ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง ได้รวบรวมหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีเมืองพัทลุง พิมพ์เผยแพร่ในหนังสือเรื่อง “โบราณคดีวิทยาเมืองพัทลุง” ซึ่งนับเป็นผลงานด้านวิชาการที่มีคุณค่าและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาและทำให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และโบราณคดีเมืองพัทลุงกระจ่างมากขึ้น

สำหรับพิริยะ จากการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะพัทลุงในช่วงระหว่าง พ.ศ. ๑๒๐๐ – ๒๓๑๐ (ค.ศ. ๖๗๕ – ๑๗๖๗) ได้เป็น ๒ ระยะกว้างๆ คือ (๑) ศิลปกรรมในช่วงเวลา พ.ศ. ๑๒๐๐ – ๑๔๕๐ (ค.ศ. ๖๕๗ – ๙๐๗) โดยช่วง ๕๐ ปีแรก ศิลปกรรมเป็นพระพิมพ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับศิลปะมอญที่สร้างขึ้นในภาคกลางของประเทศไทยในพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ส่วนที่สร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๑๓๕๐ -๑๔๐๐ (ค.ศ. ๘๐๗ – ๘๕๗) มีลักษณะใกล้เคียงกับศิลปกรรมที่เกาะชวาและบาหลีในลัทธิมหายานนิกายวัชรยาน (๒) ศิลปกรรมในช่วงเวลา พ.ศ. ๑๘๕๐ – ๒๓๑๐ (ค.ศ. ๑๓๐๗ – ๑๗๖๗) เจริญรุ่งเรืองขึ้นที่ปละท่าตะวันตกของทะเลสาบสงขลา โดยแบ่งออกเป็นสามยุค ได้แก่
๑. ระหว่าง พ.ศ. ๑๘๕๐ – ๑๙๕๐ (ค.ศ. ๑๓๐๗ – ๑๔๐๗) เป็นช่วงระยะเวลาที่ปละท่าตะวันตกเริ่มมีบทบาทเท่าเทียมกับปละท่าตะวันออกของทะเลสาบ และยังเป็นช่วงเวลาที่มีการปฏิสังขรณ์วัดเขียนบางแก้ว ศิลปกรรมในช่วงนี้เริ่มมีรูปแบบร่วมลักษณะศิลปกรรมที่เพชรบุรีและไชยา
๒. ระหว่าง พ.ศ. ๒๐๐๐ – ๒๑๕๐ (ค.ศ. ๑๔๕๗ – ๑๖๐๗) เป็นช่วงระยะเวลาที่ศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองอยู่ที่บริเวณวัดเขียนบางแก้ว ซึ่งมีความสำคัญในทางเศรษฐกิจและทางศาสนา ทั้งยังอยู่ภายใต้การควบคุมของนครศรีธรรมราชและพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นแม่แบบของศิลปกรรมในช่วงนี้
๓. ระหว่าง พ.ศ. ๒๑๕๐ – ๒๓๑๐ (ค.ศ. ๑๖๐๗ – ๑๗๖๗) ช่วงเวลานี้ศูนย์กลางความเจริญไปอยู่ที่เมืองชัยบุรี และมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับนครศรีธรรมราชและพระนครศรีอยุธยา แต่เป็นช่วงระยะเวลาที่มีการสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมในรูปแบบที่เป็นของตนเองมากขึ้น

นอกจากนี้ยังปรากฏผลงานที่มีอายุเวลานอกเหนือจากที่กล่าวไว้ข้างต้นแต่มีเป็นส่วนน้อย เช่น หม้อเขียนสี ที่ตัวภาชนะขูดเป็นลายก้านขดและเขียนด้วยสีดำและแดง พบในบริเวณจังหวัดพัทลุง ซึ่งหม้อประเภทนี้มักจะพบในถ้ำและมีลักษณะใกล้เคียงกับภาชนะในยุคหินใหม่โดยเฉพาะในวัฒนธรรมดองซอน (Dông-son) และที่สำโรงเซนต์ (Samrong Sèn) และมลูพเร (Mlu Prei) ในประเทศกัมพูชา

ใส่ความเห็น

(required)

There aren't any comments at the moment, be the first to start the discussion!