ภาษาไทย English

ประติมากรรมสมัยทวารวดีที่บริเวณถ้ำเขางูจังหวัดราชบุรี

ศิลปและโบราณคดีในประเทศไทย เล่ม ๒. อุไรศรี วรศะริน (บรรณาธิการ). กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร, ๒๕๑๘.

ในการศึกษาประติมากรรมสมัยทวารวดีที่บริเวณเขางู จังหวัดราชบุรี พิริยะกำหนดอายุศิลปะสมัยทวารวดีเป็น ๒ ตอน ได้แก่ ภาพสลักศิลา เป็นภาพพระพุทธรูปไสยาสน์ในถ้ำฝาโถ โดยเปรียบเทียบกับพระพุทธรูปนั่งห้อยพระบาทในถ้ำฤาษี (ที่อยู่ในบริเวณเทือกเขางูเช่นเดียวกัน) ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันคือ พระขนงหนาเป็นสัน กระดูกพระปรางสูง พระนาสิกใหญ่และแบน พระโอษฐ์กว้างหนา ซึ่งพิริยะเห็นว่าเป็นการสร้างภาพแบบพื้นเมือง และจัดกลุ่มไว้ใน “ศิลปทวารวดีรุ่นที่ ๒” คือประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ ๑๓ ซึ่งเป็นเวลาที่อาณาจักรทวารวดีเจริญรุ่งเรืองที่สุด และศิลปกรรมได้วิวัฒนาการเป็นแบบฉบับของตัวเองโดยมีความนิยมแบบพื้นเมืองเป็นเอกลักษณ์ ส่วนภาพปูนปั้น รูปเทพชุมนุมในถ้ำฝาโถและพระพุทธรูปปูนปั้นปางมหาปาฏิหาริย์ในถ้ำจามก็ทำเป็นแบบพื้นเมือง โดยพิริยะระบุอายุเวลาของพระพุทธรูปปูนปั้นไว้ในศิลปะสมัยทวารวดีในระหว่างรุ่นที่ ๒ และรุ่นที่ ๓ (ประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๓) จากลักษณะของพระพักตร์ที่เป็นรูปสามเหลี่ยม พระหนุแหลม พระขนงติดต่อกันเป็นสัน พระนาสิกยาวแหลม พระเนตรโปน และพระโอษฐ์ยื่น ซึ่งคล้ายกับพระพุทธรูปที่พบที่คูบัวและนครปฐม

ทั้งนี้ จากการที่พิริยะได้กล่าวถึงรายงานการสำรวจถ้ำบริเวณเขางู ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๙ (ค.ศ. ๑๙๖๖) ของกองโบราณคดี กรมศิลปากรในช่วงต้นของบทความ แสดงให้เห็นว่าการพิจารณาการกำหนดอายุของประติมากรรมสมัยทวารวดีมีความคล้ายคลึงกัน แต่พิริยะมีความเห็นแตกต่างบางประการ เช่น ภาพลายปูนปั้นที่กรอบซุ้มส่วนหนึ่งของประภามณฑลในถ้ำจาม พิริยะพิจารณาว่าไม่ได้ซ่อมในสมัยอยุธยา เพราะลวดลายที่เหลืออยู่น่าจะเป็นลวดลายสมัยทวารวดีเองมากกว่า โดยพิจารณาเทียบเคียงกับลายประภามณฑลของทวารวดีในถ้ำฝาโถ เป็นต้น นอกจากนี้ พิริยะมีข้อสรุปจากการศึกษาประติมากรรมวิทยาของภาพในถ้ำจามที่เห็นว่า การสร้างภาพปางมหาปาฏิหาริย์ได้รับอิทธิพลจากพระคัมภีร์ภาษาบาลี จึงอาจกล่าวได้ว่า พุทธศาสนาที่แพร่หลายในบริเวณเทือกเขางู ระหว่างปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๒ ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๓ เป็นลัทธิหินยานที่ใช้คัมภีร์ภาษาบาลี

ใส่ความเห็น

(required)

There aren't any comments at the moment, be the first to start the discussion!