ภาษาไทย English

แนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์ศิลปะในประเทศไทย

พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ ม.ร.ว.ศรี ทองแถม ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๙ ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม.

กรุงเทพฯ : จันวาณิชย์ จำกัด แผนกพิมพ์, ๒๕๒๘.

พิริยะกล่าวถึงการศึกษาทัศนศิลป์ในประเทศไทยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมหรือการแสดงออกของคนในชาติที่เห็นได้ชัดที่สุดว่าต้องศึกษาควบคู่ไปพร้อมกับการศึกษาความเป็นมาทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ศาสนา และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ ด้วยเหตุนี้ การจำแนกศิลปะเป็น ๗ ยุคสมัยตามพื้นฐานของอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรืองอยู่ในแต่ละสมัย อันได้แก่ ๑. สมัยร่วมลักษณะอารยธรรมอินเดีย  ๒. สมัยอารยธรรมมอญ  ๓. สมัยร่วมลักษณะอารยธรรมอินเดีย – ชวา  ๔. สมัยร่วมลักษณะอารยธรรมเขมร ๕. สมัยเปลี่ยนแปลงอารยธรรมมอญ เขมร เป็นอารยธรรมไทย ๖. สมัยอารยธรรมไทย และ ๗. สมัยร่วมลักษณะอารยธรรมตะวันตก ดังที่พิริยะศึกษาค้นคว้าจึงเป็นวิธีการจัดระบบรูปแบบศิลปะที่แสดงให้เห็นความเปลี่ยนแปลงภายใต้สิ่งแวดล้อมทั้งหมดที่กล่าวมา อันเป็นตัวแปรในวิวัฒนาการของรูปแบบทางศิลปะ และเอื้อประโยชน์ต่อการค้นคว้าได้โดยละเอียดอีกด้วย  โดยพิริยะมีจุดประสงค์ในการศึกษาพัฒนาการของทัศนศิลป์ในประเทศไทยคือ เพื่อศึกษาศิลปะในฐานะที่เป็นการแสดงออกทางวัฒนธรรมซึ่งสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของค่านิยมทางด้านวัตถุและด้านจิตใจของผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในบริเวณนี้มากกว่าจะศึกษาศิลปะในด้านสุนทรียภาพบริสุทธิ์ ทั้งนี้ จึงอาจกล่าวได้ว่า ประวัติศาสตร์ศิลปะเป็นวิชาที่ศึกษาเรื่องราวในอดีตของมนุษย์จากผลงานศิลปะอันเป็นผลงานที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้นโดยตั้งใจให้เกิดความประทับใจแก่ตนเองและผู้อื่น

ใส่ความเห็น

(required)

There aren't any comments at the moment, be the first to start the discussion!