ภาษาไทย English

จารึกพ่อขุนรามคำแหง วรรณคดีประวัติศาสตร์การเมืองแห่งกรุงสยาม

พิมพ์ครั้งที่ ๒ (ปรับปรุงใหม่).กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน, ๒๕๔๗.

หนังสือเล่มนี้เป็นรายงานผลการวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ศิลปะในระหว่างพ.ศ. ๒๕๒๙ (ค.ศ.๑๙๘๖) ถึง พ.ศ. ๒๕๓๑ (ค.ศ.๑๙๘๘)มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์อายุของศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงหรือศิลาจารึกหลักที่๑ ว่ามิได้แต่งขึ้นในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙ (ปลายคริสต์ศตวรรษที่ ๑๓) ดังที่กล่าวอ้างไว้ในเนื้อความของจารึกทั้งนี้ ในการศึกษาและวิจัยศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงเพื่อใช้เป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ศิลปะนั้นผู้เขียนได้พิจารณาการใช้คำและเนื้อหาที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาโบราณวัตถุสถานสุโขทัยของนักประวัติศาสตร์ศิลปะมาทดสอบความถูกต้องและนำข้อมูลเหล่านี้มาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่กล่าวถึงในศิลาจารึกหลักอื่นๆหรือโบราณวัตถุสถานที่ปรากฏอยู่ในการวินิจฉัยศิลาจารึกหลักนี้

การวิเคราะห์ศิลาจารึกหลักที่ ๑ ก่อให้เกิดข้อพิจารณาใน๔ ประเด็นหลัก ได้แก่

๑)การใช้ศัพท์และเนื้อหาที่ไม่สอดคล้องกับขนบประเพณีและวัฒนธรรมของสุโขทัยตามที่มีหลักฐานจากจารึกสุโขทัยหลักอื่น ๆ

๒) โบราณวัตถุสถานเมืองสุโขทัยที่ปรากฏถูกกล่าวถึงเพียงรวม ๆไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนแน่นอนและขัดแย้งกับหลักฐานจากการขุดค้นทางโบราณคดีของกรมศิลปากร

๓)การยืมศัพท์และข้อความจากศิลาจารึกสุโขทัยหลักอื่น ๆ มาใช้แต่งข้อความด้านที่ ๑มากที่สุด

๔)การใช้ศัพท์หรือเนื้อหาที่สอดคล้องกับวรรณกรรมสมัยต้นรัตนโกสินทร์หรือที่เขียนภายหลังพ.ศ. ๑๘๓๕ (ค.ศ. ๑๒๙๒)

จากการพิจารณาใน ๔ ประเด็นข้างต้นอาจสรุปได้ว่า ศิลาจารึกหลักนี้น่าจะจารขึ้นในช่วง พ.ศ. ๒๓๗๖ – ๒๓๙๘ (ค.ศ. ๑๘๓๓ –๑๘๕๕) เนื่องจาก พ.ศ. ๒๓๗๖ นั้น เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(เมื่อครั้งยังทรงผนวช) ทรงนำกระดานหินและศิลาจารึกภาษาเขมรของพระมหาธรรมราชาที่ ๑(ลิไทย) (ศิลาจารึกหลักที่ ๔) จากสุโขทัยมายังกรุงเทพฯ และ พ.ศ. ๒๓๙๘เป็นปีที่พระองค์มีพระราชสาสน์ไปยังเซอร์จอห์น เบาว์ริ่ง พร้อมสำเนาของศิลาจารึกหลักที่๑ อีก ๒ ฉบับ ดังนั้น ผู้เขียนจึงมีความเห็นว่าไม่สามารถนำศิลาจารึกหลักนี้มาใช้ในการศึกษาประวัติศาสตร์และประวัติศาสตร์ศิลปะสมัยสุโขทัยได้

ใส่ความเห็น

(required)

There aren't any comments at the moment, be the first to start the discussion!